บ้านนิกกี้ คนรักเหมียว  (1201 views)

What is บ้านนิกกี้ doing now?

เปิดร้านเน็ตหน้าประปา ย่านสตรีภูเก็ต ครับ
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

28

Birthday

August 25

Looking To

Make friends
 
 

Info

http://nickypk-za.hi5.com - Send it to your friends

Age

28

Birthday

August 25

Looking To

Make friends

 

About Me

Interests

God-1
Myspace Glitter Graphics

เตียวเทียนซือคือองค์เดียวกับไต๋ฮวดโจวซือรึป่าวครับ ช่วยตอบให้ห้ายข้องใจหน่อยได้ป่ะครับ ขอบคุณมากครับ เตียวเทียนซื่อ หรือ ราชครูแห่งสวรรค์ เตียวเทียนซือ เป็นเทพเจ้า ที่ได้สมญานามว่า ราชครูแห่งสวรรค์ ตอนที่อยู่ในโลกมนุษย์ ท่านชื่อ เต้าหลิง แซ่เตียว ท่านมีรูปร่างสูง 9 ฟุต 2 นิ้ว คิ้วดก หน้าผากกว้าง ผมดก ตาออกสีเขียว คางกว้าง ตาสามเหลี่ยม มีหนวดสวยงาม แขนยาวเลยเข่า ตอนอายุประมาณ 7 ปี ท่านสามารถเรียนรู้หนังสือ และตำรับตำราต่างๆ รู้ประวัติศาสตร์ รู้ดินฟ้าอากาศ รู้สวรรค์ รู้มนุษย์ เรียกว่าเป็นผู้หยั่งรู้ก็ได้ สมัยฮั่น ค.ศ.59 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนนางเมืองเสฉวน ตอนหลังท่านลาออกจากราชการเพื่อออกปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นฤษี ณ มณฑลเหอหนาน อำเภอโละเหลียง ตำบลวังต๋าน ท่านมีความเคารพยกย่องแก่บรรดาครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่เคยสอนวิชาความรู้ให้กับท่าน ภายหลังท่านได้สร้างสถานปฏิบัติธรรมของท่านเองขึ้นมา ต่อมาปี ค.ศ. 89 ทางการได้เชิญให้ท่านเข้ารับราชการอีกครั้ง เพื่อเป็นขุนนางชั้นสูง ตำแหน่งราชครู อย่างไรก็ตาม ภายหลังเมื่อท่านอายุ 63 ปี ท่านก็ได้ขอลาออกจากราชการอีกครั้ง เพื่อเข้าปรุงยาอายุวัฒนะ ณ เขาแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันคือเขามังกรเสือ อำเภอซิ่นโจว ระหว่างที่อยู่ในเขาแห่งนั้น ท่านได้ใช้อิทธิฤทธิ์เพื่อปราบบรรดาปีศาจร้าย อาทิ ปราบปีศาจงูสองตัว ตัวผู้และตัวเมีย โดยฆ่าจนตาย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วปีศาจงูนั้นก็คือสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้ท่านได้ใช้อิทธิฤทธิ์นั่นเอง ต่อมางูตัวนั้น จึงกลายเป็นอาวุธพิเศษของท่าน ตัวหนึ่งกลายเป็นดาบวิเศษ ส่วนอีกตัวกลายเป็นตราประทับ ค.ศ.156 เดือนอ้ายวันที่ 7 เมื่อท่านอายุ 123 ปี สวรรค์ได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นมหาราชย์แบบไม่มีจำกัด สามารถมีบารมีมาก และยังได้ตำแหน่งเทียนซือ หรือราชครูแห่งสวรรค์ ต่อมา เดือน 9 วันที่ 9 สวรรค์เรียกให้ท่านไปปฏิบัติธรรม ณ เขา หยินไถ และแต่งตั้งพระนามให้เป็น เจียหยิดจินหยิน โดยตั้งเมฆต่างๆ มาเป็นบริวาร ท่านเตียวเทียนซือ มีลูกศิษย์ 2 คน คือ ฉาง แซ่อ๋อง และซึ้ง แซ่เจ้า ซึ่งภายหลังท่านได้นำศิษย์ทั้งสองขึ้นไปบนสวรรค์ด้วย

Favorite Music

 

Favorite Movies

ภาพลักษณ์ที่สำคัญของประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต นอกจากประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว รับประทานอาหารเจตลอด 9 วัน 9 คืนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ติดตามคู่กันมา คือ “พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์” ที่แต่ละศาลเจ้า หรือ อ๊าม ได้ตั้งกำหนดการเอาไว้นับตั้งแต่วันแรกที่มีการยกเสาโกเต้ง? และมีการอัญเชิญองค์หยกอ๋องซองเต่? เพื่อมาเป็นประธานในพิธี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า การถือศีลกินผักได้เริ่มต้นขึ้นแล้วไปจนถึงวันสุดท้ายที่มีการทำพิธียกเสาโกเต้งลง ซึ่งแสดงถึงการสิ้นสุดการถือศีลกินผัก

ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว บุคคลสำคัญที่ทำให้พิธีกรรมต่างๆ ดำเนินไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ คือ “ฮวดกั้ว” ซึ่งเป็นตำแหน่งเรียกบุคคลที่ทำหน้าที่ข้างต้นนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า “ฮวดกั้ว” คือใคร มีหน้าที่ทำอะไร และสำคัญอย่างไรต่อพิธีกรรมในประเพณีถือศีลกินผัก เรื่องเด่นฉบับนี้พาไปติดตาม

“ฮวดกั้ว” คือตำแหน่งที่ใช้เรียก ผู้ที่ทำหน้าที่อัญเชิญเทพเจ้าจีนที่เชื่อกันว่า สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์และแดนมนุษย์ให้มาประทับร่างทรงที่เป็นมนุษย์ เพื่อมาประกอบพิธีกรรมในช่วงเวลาต่างๆ ตามความเชื่อของชาวจีน อาทิ ประเพณีถือศีลกินผัก ช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน , วันแซยิด หรือวันเกิดของเทพเจ้าจีนต่างๆ เป็นต้น โดยฮวดกั้วแต่ละคนจะได้รับการถ่ายทอดวิชาเหล่านี้มาจากบรรพบุรุษชาวจีนที่เคยประกอบพิธีกรรมมาก่อน และมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน


สำหรับจังหวัดภูเก็ต ในศาลเจ้าจีนแต่ละแห่งจะมีบุคคลที่เป็นฮวดกั้วประจำอยู่ประมาณ 4-5 คน ส่วนใหญ่มักเป็นชายชาวไทยเชื้อสายจีน สูงอายุ ซึ่งใช้วิชาความรู้ที่ถ่ายทอดมาปฏิบัติหน้าที่นี้มาตั้งแต่รุ่นหนุ่มและแทบทุกคนจะอยู่อาศัยใกล้ๆ หรือละแวกเดียวกับศาลเจ้าที่ตนเองเป็นฮวดกั้วอยู่


หรือ แป๊ะฮก ชายวัย 63 ปี ทำหน้าที่เป็นฮวดกั้วอยู่ที่ศาลเจ้าฮกหงวนเก้งตรงวงเวียนหอนาฬิกามานานกว่า 40 ปีแล้ว โดยแป๊ะฮกให้ความรู้เบื้องต้นว่า คนจีนเชื่อว่ามีเทพเจ้าสถิตอยู่บนสวรรค์ มีหยกอ๋องซองเต่ เป็นหัวหน้า เทพเจ้าจีนเหล่านี้จะคอยทำหน้าที่ดูแล ปกป้องและคุ้มครองภัยต่างๆ ให้แก่มนุษย์ และหากมีเรื่องสำคัญเทพเจ้าจีนก็จะมาประทับร่างของมนุษย์ที่เป็นม้าทรง เพื่อให้ความช่วยเหลือ และคนเป็นฮวดกั้วจะคอยทำหน้าที่สื่อสารด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยนระหว่างเทพเจ้าจีนและมนุษยืที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งระหว่างนั้น ฮวดกั้วจะต้องเป็นคนคอยอำนวยความสะดวกให้กับเทพเจ้าจีนที่เข้าทรง เช่น การทำตามที่เทพเจ้าจีนบอกกล่าว หรือสื่อความหมายต่างๆ ให้กับมนุษย์เพื่อให้พิธีกรรมนั้นๆ เป็นไปอย่างราบรื่นจนเสร็จพิธี

“ตามปกติ เทพเจ้าจีนจะอยู่บนสวรรค์ ปฏิบัติภารกิจของท่านตามธรรมดา ท่านจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ ยกเว้นเวลามีเรื่องสำคัญๆ ที่จะบอกกล่าว ท่านจึงจะมาเข้าทรง ดังนั้นหากว่าช่วงไหนมนุษย์เรามีเรื่องเดือดร้อน หรือต้องการให้ท่านมาช่วยเหลือ ฮวดกั้วจะเป็นคนทำหน้าที่อัญเชิญเทพเจ้าให้ลงมา ซึ่งการอัญเชิญนี้จะมีคาถาเฉพาะซึ่งมีการถ่ายทอดกันมา (แต่การถ่ายทอดวิชา อาจจะเหมือนหรือใกล้เคียงกันตามแต่เทคนิคของฮวดกั้วแต่ละคน)

เวลาเราจะอัญเชิญพระ หรือที่เรียกว่า เชี้ยพระ เราต้องท่องคาถาเพื่อเปิดประตูสวรรค์ก่อน เรียกว่า “คุ้ยเทียนหมึง” ซึ่งในคาถานั้นจะมีการขับไล่สิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อ เช่น วิญญาณภูตผีปีศาจ ให้ออกไปนอกเขตก่อน เพื่อที่เทพเจ้าจะได้ลงมาสวรรค์ได้ และเทพเจ้าจีนแต่ละองค์ฮวดกั้วก็จะมีคาถาที่แตกต่างกันออกไป หลังจากนั้น เมื่อเทพเจ้าประทับร่างทรงแล้ว ม้าทรงจะแสดงท่าทางให้รู้ว่าเทพเจ้าองค์นั้นๆ ตามแบบของรูปเคารพเทพเจ้า หรือ กิมซิ้น เช่น หากเป็นเทพเจ้ากวนอู หรือ เต้กู้น ม้าทรงจะทำมือสาวหนวด หากเป็นเทพเจ้าลี้โลเชี้ย ม้าทรงจะทำมือถือหอก ทำท่ายกเท้าเหยียบล้อไฟ หรือหากเป็นเทพเจ้าปุนเถ้าก้ง ม้าทรงจะใช้มือขวาจับก้อนทอง มือซ้ายถือไม้เท้า และเทพเจ้าจีนแต่ละองค์อาจจะมายังร่างทรงเร็วช้าต่างกัน อย่างเทพเจ้าตระกูลฮู้ 365 องค์เรียกเดี๋ยวเดียวจะมาแล้ว แต่ถ้าเป็นเทพเจ้าซัมต่องอ๋อง หรือ เต้กูน จะยาก เชิญนาน” แป๊ะฮกเล่าให้ฟัง

หลังจากนั้น ฮวดกั้วหรือพี่เลี้ยงพระจะใส่ต้อ (ชุดของม้าทรง) ให้พระแล้วม้าทรงจะขอธูป 12***กเพื่อไปเคารพหยกอ๋องซ่งเต่ “ที่ใช้ 12***ก เพราะตามตำราว่าไว้ โดยม้าทรงจะต้องทำความเคารพเทพเจ้าสวรรค์ก่อนที่จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ ได้ หลังจากนั้นมนุษย์จะให้เทพเจ้าจีนช่วยเหลืออะไร ฮวดกั้วก็จะอำนวยความสะดวก แปลความหมายให้ ส่วนสีของต้อที่ต่างกันนั้น เป็นการบ่งบอกถึงยศ และบรรดาศักดิ์ของเทพเจ้าจีนต่างๆ เช่น สีเหลือง จะหมายถึง เทพเจ้าชั้นสูงที่เป็นแม่ทัพ หรือสำเร็จอรหันต์ ส่วนสีอื่นๆ เช่น แดง เขียว ดำ ชมพู ก็มีความสำคัญรองลงมา”

แป๊ะฮกเล่าเพิ่มเติมว่า ฮวดกั้วจะคอยอยู่ใกล้ๆ กับม้าทรงตลอดเวลาจนกระทั่งม้าทรงจะลากลับ หรือที่เรียกว่า “พระลา” ม้าทรงทุกองค์จะหงายหลัง และมีพี่เลี้ยงหรือฮวดกั้ว เป็นคนรับร่างไว้ ช่วงนี้ฮวดกั้วจะเป็นคนท่องคาถาเพื่อเรียกวิญญาณของม้าทรงกลับเข้าร่างตามเดิม ถ้าไม่หงายหลัง พระจะลาไม่ได้ ซึ่งเทพบางองค์อาจจะกลับสวรรค์ บางองค์อาจจะกลับไปอยู่ในกิมซิ้นตามบ้าน บางองค์อาจจะอยู่ในหล่อหรือที่ปักธูป ก็แล้วแต่พระแป๊ะฮกอธิบาย พร้อมบอกว่า การเป็นฮวดกั้วของตนเองนั้นมีหลักอยู่ว่า ทุกวันพระจีน ตนเองจะกินเจ นอกจากนี้ ใครมาให้เทพเจ้าจีนช่วยเหลืออะไร ตนเองก็เต็มใจทำหน้าที่นี้ให้




ทางด้าน นายเบ่งจ๋าย เจนเรือ หรือ แป๊ะจ๋าย ชายวัย 71 ปี ฮวดกั้วแห่งศาลเจ้าสามกอง หรืออ๊ามหลิมฮู้ไท่ซือ บอกว่า การจะเป็นฮวดกั้วได้นั้น บางคนก็เกิดจากการสมัครใจเรียนวิชาต่อจากผู้รู้ ในขณะที่บางคนเทพเจ้าจีนที่ประทัยร่างทรงจะเป็นผู้เลือก และถ้าหากเข้าสู่การทำตำแหน่งนี้แล้วก็จะต้องทำต่อไปเรื่อยๆ

การเป็นฮวดกั้วนี้ ถ้าเป็นแล้วต้องยึดมั่นในหนทางนี้ ไม่มีการเป็นแล้ว ต่อไปเลิกเป็น เหมือนกับว่า เดินหน้าไปแล้วต้องเดินต่อไป ห้ามเดินถอยหลังเด็ดขาด ที่สำคัญการเป็นฮวดกั้วจะต้องไม่ตั้งราคา หรือเรียกเงินทองเวลาที่ชาวบ้านให้ม้าทรงไปช่วยเหลืเวลามีทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วเขาจะให้เท่าไหร่ ตามใจเขา แต่จะไปตั้งราคาค่าจ้างไม่ได้ อีกข้อคือ ถ้าใครมีเรื่องเดือดร้อน มาเรียกให้เราไปช่วยอัญเชิญพระจีน เราก็ต้องไป จะเกี่ยงงอนไม่ได้ ถือเป็นหน้าที่ของฮวดกั้วที่ต้องทำ”

ฮวดกั้วแห่งอ๊ามสามกองเล่าต่ออีกว่า วิธีการอัญเชิญพระของแต่ละอ๊ามก็จะคล้ายๆ กัน อาจต่างในรายละเอียดปลีกย่อย แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ ก่อนอัญเชิญเทพเจ้าจีน จะต้องมีการท่องคาถาเปิดประตูสวรรค์ แต่ถ้าหากเป็นการอัญเชิญในศาลเจ้า โดยเฉพาะช่วงประเพณีถือศีลกินผักแล้ว ไม่ต้องท่องคาถานี้ เพราะจะมีการรัวกลองใหญ่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่เทพเจ้าจีนทุกองค์รู้ และเตรียมตัวที่จะมาเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ อยู่แล้ว พระจีนท่านรู้อยู่แล้วว่าช่วงประเพณีถือศีลกินผัก เป็นช่วงที่ท่านต้องลงมาทำพิธีกรรมบนโลกมนุษย์ เวลารัวกลองใหญ่ เทพเจ้าจีนจะทยอยลงมาประทับร่างทรงทีละองค์ๆ ระหว่างนั้นม้าทรงที่เทพเจ้ามาประทับแล้วจะทยอยกันไปไหว้หยกอ๋องซ่งเต่ เพื่อขออนุญาตประกอบพิธีกรรม ซึ่งตรงนี้ฮวดกั้วมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับม้าทรง และคอยฟังคำสั่ง หรือคำบัญชาการจากม้าทรงต่างๆ

แป๊ะจ๋ายเล่าและเพิ่มเติมอีกว่า ในการประกอบพิธีกรรมช่วงถือศีลกินผัก จะต้องมีม้าทรงที่เป็นเทพบัญชาการ คอยควบคุมการประกอบพิธีกรรมให้สมบูรณ์ ซึ่งแป๊ะจ๋าย เรียกว่า พระบัญชาการ เวลาประกอบพิธีกรรม อย่างเช่น ขึ้นเสาโกเต้ง ลุยไฟ ปีนบันไดมีด ปล่อยทหาร เลี้ยงทหาร หรืออื่นๆ จะต้องมีม้าทรงที่เป็นคนคอยบังคับบัญชาให้พิธีกรรมต่างๆ เป็นไปตามรูปแบบ ซึ่งแต่ละศาลเจ้าจะไม่เหมือนกัน โดยศาลเจ้าสามกองจะมีเทพเจ้าลี้โลเชี้ย หรือหลิมฮู้ไท่ซือ เป็นพระบัญชาการ

แป๊ะจ๋ายทิ้งท้ายว่า หลายคนอาจมองว่าการเป็นฮวดกั้ว ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก เพราะมีฮวดกั้วบางคน ที่ทำหน้าที่อัญเชิญเทพเจ้าจีนมาประทับร่างทรงแล้วเทพเจ้าจีนไม่ยอมเข้าร่างทรงเสียที บางตำราจะมีการว่าคาถาที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ จนทำให้เทพเจ้าจีนมาประทับร่างคนทรงด้วยความโกรธ ผมยอมรับว่าคาถาอย่างนั้นก็มีเหมือนกัน แต่โดยส่วนมากผมจะไม่ใช้ จะใช้วิธีเรียกท่านโดยละม่อมมากกว่า เพราะคิดว่า ถ้าหากเรามีเรื่องสำคัญจริงๆ ท่านจะมาเองไม่ต้องรอนาน


ย้ายมาทางด้านต้นตำรับประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ที่ศาลเจ้ากะทู้ ที่มีแป๊ะไลเส่ง แซ่หลิม วัย 79 ปี เป็นฮวดกั้วซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในละแวกนี้ โดยคำว่า “ฮวดกั้ว” ในนิยามของแป๊ะไลเส่ง คือ ผู้ที่ทำหน้าที่จัดพิธีกรรม เชื้อเชิญเทพเจ้าทั้งหลายให้มาเข้าทรงเพื่อให้เกิดสันติสุขแก่มวลมนุษย์และหมู่คณะ เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อส่วนรวมและไม่เห็นแก่สินจ้างรางวัลใดๆ

พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าจีนนั้น มีทั้งพิธีเล็ก และพิธีใหญ่ แต่ละพิธีก็จะมีคาถาสำหรับอัญเชิญพระที่แตกต่างกันออกไป สำหรับที่ศาลเจ้ากะทู้นี้จะเป็นแบบแผนพิธีกรรมดั้งเดิมที่คัดลอกมาจากเมืองจีน คือ เมื่อจะอัญเชิญเทพเจ้าจีนจะมีการทำพิธีที่เรียกว่า “คุ้ยตั๋ว” คือการเปิดประตูสวรรค์ ซึ่งคล้ายๆ กับการเปิดสำนักงานในเมืองมนุษย์ หลังจากนั้นจีการร่ายคาถาเพื่อขับไล่วิญญาณหรือสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ไม่ให้มารบกวน เมื่อเรียบร้อยดีแล้ว เทพเจ้าจีนจึงจะสามารถลงมาประทับร่างของม้าทรงได้ โดยในขณะที่อัญเชิญพระนั้น ฮวดกั้วจะใช้ฮวดโสะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแซ่ ฟาดลงไปกับพื้น 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 หมายถึง เปิดประตูสวรรค์ ครั้งที่ 2 หมายถึงเปิดประตูแผ่นดิน และครั้งที่ 3 หมายถึงการบอกให้เทพเจ้าจีนลงมาประทับร่างทรง ซึ่งในระหว่างการทรงนี้ ฮวดกั้วจะมีคาถาที่ใช้สำหรับให้เทพเจ้าจีนประทับอยู่ในร่างทรงอย่างคงที่ หมายความว่าระหว่างนั้น ท่านจะยังคงอยู่ในร่างม้าทรงคนนี้ จนกระทั่งลากลับ จะไม่มีการออกจากร่างกลางคันในขณะที่ยังไม่จบพิธีเด็ดขาด

แป๊ะไลเส่งบอกว่า ตามตำราที่สืบต่อกันมานั้น บนสวรรค์จะมีเทพเจ้าที่สวรรค์แต่งตั้งอยู่ 36 องค์ อาทิ เฮี้ยนเที้ยนซ่งเต่ ลี้โลเชี้ย เต้กู้น โป้เส่งไต่เต่ เป็นต้น ส่วนในโลกมนูษย์ก็มีเทพเจ้าจีนที่สถิตอยู่ 72 องค์ เทพเจ้าเหล่านี้สามารถขึ้นลงบนสวรรค์ได้ เพียงแต่อยู่ประจำที่โลกมนุษย์ เช่น ฮกเต็กเจี้ยเสง หรือ ปุนเถาก้ง หรือพระเจ้าที่นั่นเอง


ฮวดกั้วเก่าแก่แห่งอ๊ามกะทู้ เล่าต่อว่า สำหรับวันแรกของประเพณีถือศีลกินผักในทุกๆ ปี ทางอ๊ามจะไม่มีการอัญเชิญเทพเจ้าจีนมาประกอบพิธีกรรมเหมือนกับอ๊ามอื่นๆ แต่ฮวดกั้วจะเป็นคนดำเนินการในเรื่องของพิธีกรรมทั้งหมด ซึ่งความต่างนี้ ก็ขึ้นอยู่กับกรรมการศาลเจ้า และคำบัญชาการจากเทพเจ้าจีน ซึ่งไม่เหมือนกัน

แป๊ะฮก แป๊ะจ๋าย และแป๊ะไลเส่ง แม้จะทำหน้าที่เป็นฮวดกั้วกันคนละศาลเจ้า แต่ทั้งสามคนมีความเห็นเหมือนกันว่า อยากจะให้การประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในประเพณีถือศีลกินผักเป็นไปอย่างถูกต้องสมบูรณ์เหมือนดังเช่นอดีต และทุกคนนั้นก็ขอทำหน้าที่เป็นฮวดกั้วต่อไปตลอด เพราะมีความภูมิใจว่า ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเพณ๊สำคัญของชาวภูเก็ตอยู่คู่กับลูกหลานชาวจีนต่อไปตราบนานเท่านาน


หมายเหตุ
ที่มา : นิตยสารภูเก็ตบูลเลทิน ฉบับที่ 65 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550
 

Favorite TV Shows

 

Favorite Books

 
 

Journal

View All 11 Entries    Add Comment

ฝนตกลงมาทำให้ใจเหงา หนาว อยากมีร่มคอยบังเม็ดฝนที่ตกลงมายามเหงาใจ

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all    Wishlist

PortCasino Poker Chips

You have received a gift of 500,000 Free Chips in PortCasino Poker! Valued at 750 hi5 Coins!
Play Now and Get Your Free Poker Chips!
gifted by PortCasino Poker
 
 

Friends

View all 868 friends

 
 

Find more friends using the email contact importer.

Comments   |   View All Entries   |   Send a Blast Card

Leave a comment for บ้านนิกกี้

This item has been blocked and cannot be viewed. The user who posted this item has been blocked due to abuse of the hi5 Terms of Service.
 
 
Mar 30, 2011 11:48 PM
 
นิจจาก็นิจาจร้า อิอิ

ช่วงนี้อากาศเปลื่ยนแปลงบ่อย

ดูแลสูขภาพด้วยละ เดียวจะไม่จะบายเอานิ

อิอิอิ
 
Mar 29, 2011 12:13 AM
 
จ้า ก็ยังไปไปมามาอยู่ที่เดิมนั้นและ

แต่ไม่ค่อยอยู่เพื่อนจะอยู่เสียมากกว่า
 
Mar 4, 2011 11:57 PM
 
เอาเบอร์พี่นิกกี๊มาก็ได้เดียวค่อยโทรไปคุยเล่นด้วย
 
Feb 23, 2011 9:46 PM
 
มีอะไรก็โทรมาคุยได้นะ ยังใช้เบอร์เดิม

แตไม่รู้จะว่างรับเปล่วนะ ทำงานนะ
 
 
Feb 17, 2011 7:06 PM
 
ช่วงนี้ก็ยุ่งอยู่นะ

ต้องช่วยงานที่ร้านน้านะ

ว่าแต่มีอารัยรึเปล่าเหลอ
 
Feb 12, 2011 2:15 PM
 
ไม่ กรรม หลอก

สบายจัยจะตายไป
 
Feb 9, 2011 12:55 PM
 
ไปบวชชีปราฌ์มา ๖ วัน เลยไม่ได้เล่นซะนาน

ว่าไปก็สบายใจดีนะ

นี่ก็เพิ่งสึกออกมาเนี้ย
 
Feb 9, 2011 12:50 PM
 
ไม่ค่อยจะว่างนะ โทษที

ไว้วันหลังเดียวค่อยโทรไปคุยด้วยละกัน

ไม่ไช่โทรไปแฟนพี่ตบหนังหน้าหนูนะจ๊ะ......

อิ อิ อิ
 
 
Jan 30, 2011 6:19 PM
 
ทักทายค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
 
Jan 28, 2011 12:35 AM
 
เขาไม่ได้คุยอะไรหลอกแต่เนยหมั้นไส้เวลาเนยขับรถผ่านแกนั้งขำกัน

เนยก็เลยงงอยู่นี่ไง

ว่ามันเป็นยังไงกัน
 
Jan 27, 2011 10:58 PM
 
ว่างๆเดียวค่อยโทรไปคุยด้วยละกัน
 
Jan 22, 2011 12:30 AM
 
แวะมาเม้นห้ยแล้วน้าค้า

หาอารัยหม่ำๆด้วยนะจ้า
 
Jan 14, 2011 4:58 PM
 
ไม่มีไร

แวะมาเม้น เอ้าเม้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
Jan 13, 2011 7:31 PM
 
แ ล้ ว พี่ เ จ อ พี่ นุ บ้ า ง ไ ห ม

ถ้ า เ จ อ ฝ า ก บ อ ก ด้ ว ย ว่ า อ ย่ าเ อ า เ น ย ไ ป พู ด กั บ

เ พื่ อ น ข อ ง เ ข า บ้ า ๆ ๆ อี ก

เ น ย ไ ม่ ใ ช่ ตั ว ต ล ก ข อ ง ใ ค ร

ถ้ า ยั ง ไ ม่ ห ยุ ด มี < < < < S U R P R I S E >>>> แ น่
 
Jan 13, 2011 6:08 PM
 
แ ล้ ว พี่ ล ะ ช่ ว ง นี้ เ ป็ น ไ ง บ้ า ง

สบ า ย ดี รึ เ ป ล่ ว
 
Jan 13, 2011 6:07 PM
 
ไ ม่ แ ล้ ว

เ น ย มั น ไ ม่ เ อ า ไ ห น เ อ ง

โ ท ษ ใ ค ร ไ ม่ ไ ด้ น อ ก จ า ก โ ท ษ ตั ว เ อ ง

ที่ ไ ม่ เ ค ย ส น ใ จ เ ข า

เ สี ย ใ จ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks